ทำความเข้าใจให้ดีและถูกต้องว่าวิธีการให้อาหารสายยางทำอย่างไรเพื่อให้การให้อาหารทางสายยางเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด คุณต้องเข้าใจ "ขั้นตอนมาตรฐาน" ที่พยาบาลและผู้เชี่ยวชาญใช้กันครับ โดยสามารถสรุปให้เข้าใจง่ายเป็น 5 ขั้นตอนหลักดังนี้:
1. การเตรียมความพร้อม (Setup)
ท่าทางผู้ป่วย: ต้องให้ผู้ป่วย นั่งหรือนอนหัวสูง 30-45 องศา เสมอ (ห้ามนอนราบเด็ดขาด)
ความสะอาด: ล้างมือให้สะอาดเตรียมอุปกรณ์ (กระบอกให้อาหาร, อาหาร, น้ำต้มสุก) ไว้ข้างตัว
2. การตรวจเช็กก่อนให้ (The Safety Check)
ก่อนเทอาหารลงไป ต้องทำ 2 อย่างนี้ทุกครั้ง:
เช็กตำแหน่งสาย: ดูขีดเครื่องหมายที่จมูกว่าเลื่อนหรือไม่ และลองใช้กระบอกฉีดดูดลม/น้ำย่อยดูว่าสายยังอยู่ในกระเพาะ (ถ้าเป็นสายหน้าท้องให้ดูเลขที่สาย)
เช็กอาหารค้าง (Residual): ใช้กระบอกฉีดดูดน้ำย่อยออกมาดู
ถ้ามีอาหารค้าง น้อยกว่า 100 ซีซี ให้ดันกลับคืนเบาๆ แล้วให้อาหารมื้อใหม่ได้
ถ้ามีอาหารค้าง มากกว่า 100-150 ซีซี ให้ดันกลับคืนแล้ว เลื่อนมื้ออาหารออกไป 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันท้องอืดและอาเจียน
3. ขั้นตอนการให้อาหาร (Feeding)
ไล่อากาศ: พับสายยางก่อนเปิดจุก เพื่อไม่ให้ลมเข้าท้อง (ลมจะทำให้ท้องอืด)
ล้างสายก่อน (Flush): เทน้ำต้มสุกประมาณ 10-20 ซีซี ให้ไหลลงไปก่อนเพื่อหล่อลื่นสาย
การให้อาหาร: เทอาหารใส่กระบอกฉีด ยกกระบอกให้สูงกว่าตัวผู้ป่วยประมาณ 1 ฟุต ปล่อยให้อาหารไหลลงตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ (ห้ามใช้ลูกสูบดันแรงๆ)
เทคนิค: ควบคุมความเร็วให้อาหาร 1 มื้อ (250-300 ซีซี) ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที
4. การปิดท้าย (Finishing)
ล้างสายหลังอาหาร (Flush): เมื่ออาหารใกล้หมด (เหลือติดก้นกระบอกเล็กน้อย) ให้เทน้ำต้มสุกตามลงไปทันที 30-50 ซีซี จนเห็นว่าสายยางสะอาดใส ไม่มีคราบอาหารเกาะ
ปิดจุก: พับสายก่อนดึงกระบอกฉีดออก แล้วปิดจุกให้แน่น
5. การดูแลหลังให้อาหาร (After Care)
ห้ามนอนราบ: ให้ผู้ป่วย คงท่านั่งหรือหัวสูงไว้อีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาหารไหลย้อนกลับมาที่หลอดลม (สาเหตุหลักของปอดอักเสบ)
สังเกตอาการ: ดูว่ามีอาการท้องอืด ไอ หอบ หรืออาเจียนหรือไม่
💡 กฎเหล็กที่ห้ามลืม
พับสายทุกครั้ง ก่อนเปิดหรือปิดจุก
ห้ามให้อาหารขณะเย็นจัด ต้องวางให้เป็นอุณหภูมิห้องก่อน
ทำความสะอาดอุปกรณ์ทันที หลังใช้งานเสร็จ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค